หวยซองสิงโตแดง 1 มีนาคม 2562

หวยซองสิงโตแดง 1 มีนาคม 2562


เลขเด็ดงวดนี้ สิงโตแดง 01/03/62 มาแล้ว ลองไปดู หวยสิงโตแดง 1 มีนาคม 2562 ที่เรานำมาฝาก พร้อม ๆ กันเลย

      หวยสิงโตแดง 01/03/62

      บน เข้ามาทุกงวด


      1-2-5-6-8

      สามตัว

      568-461

      สองตัว

      61-68

      ล่าง เข้ามาทุกงวด

      0-3-9

      สองตัว

      39-69


10 ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน ความหมายดีที่คนนิยมปลูก

10 ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน ความหมายดีที่คนนิยมปลูก

10 ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน ความหมายดีที่คนนิยมปลูก


        ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน ต้นไม้จัดสวนหน้าบ้านที่เขาว่าปลูกแล้วดี ช่วยเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต นำโชคลาภมาให้แก่คนในบ้าน มาดูต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน ไว้จัดสวนหน้าบ้านกันเลย

        ต้นไม้มงคล ถ้าจะให้ดีก็ต้องปลูกในตำแหน่งที่เหมาะด้วย อย่างเช่นต้นไม้มงคลเหล่านี้ที่เหมาะแก่การปลูกไว้หน้าบ้าน สำหรับคนที่กำลังมองหาต้นไม้จัดสวนหน้าบ้าน มาดูไปพร้อม ๆ กันเลยว่ามีต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้านต้นไหนบ้างที่น่าปลูกสำหรับเรา ปลูกแล้วจะให้โชคลาภหรือเสริมสร้างสิริมงคลกับชีวิตในด้านไหนบ้าง

1. มะยม

้ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน
        บ้านไหนที่ปลูกมะยมไว้หน้าบ้านจะทำให้มีแต่คนนิยมชมชอบ มีเมตตามหานิยม และเสริมสร้างเสน่ห์ให้มีแต่คนยกย่อง อีกทั้งยังช่วยป้องกันภูตผีปีศาจและสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาในบ้านอีกด้วย ในพิธีสำคัญ ๆ ก็จะนำกิ่งมะยมมาใช้เพื่อความเป็นสิริมงคล สามารถขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดลงในดินร่วนซุยหรือจะตอนกิ่ง นอกจากนี้มะยมเป็นพืชที่ชอบอยู่กลางแจ้ง ดูแลรักษาง่าย และไม่มีเรื่องศัตรูพืชให้กวนใจ

2. มะม่วง

้ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน
        ต้นไม้มงคลที่คนไทยโบราณส่วนใหญ่นิยมนำมาปลูกไว้ที่หน้าบ้าน เพื่อป้องกันและขับไล่อันตรายจากสิ่งไม่ดีให้ออกไป ทั้งยังเชื่อว่าต้นมะม่วงจะช่วยส่งเสริมให้ฐานะของคนในบ้านเจริญรุ่งเรือง เงินทองไหลมาเทมา สามารถขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง เป็นไม้ที่ชอบแดด และเจริญเติบโตได้ดีในช่วงหน้าฝน

3. กล้วย

้ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน
        นอกประโยชน์ของต้นกล้วยจะมีมากมาย สามารถนำมาใช้ประโยชนได้ทุกส่วนแล้ว การนำต้นกล้วยมาปลูกไว้ที่หน้าบ้าน ยังช่วยให้ชีวิตราบรื่นในทุก ๆ ด้าน รวมไปถึงเรื่องการงาน หากคิดหวังสิ่งใดเอาไว้ก็จะได้สมความตั้งใจ โดยขยายพันธุ์ได้ด้วยการแยกหน่อและนำเหง้ามาปลูกใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับคนทั่วไป ดูแลง่ายแต่อย่าปล่อยให้ขาดน้ำ

4. ทับทิม

้ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน
        เพราะเป็นต้นไม้ที่สื่อถึงการเกิดของชีวิตและความอุดมสมบูรณ์ ทับทิมจึงนิยมนำมาปลูกไว้หน้าบ้านเพื่อป้องกันอันตรายจากสิ่งชั่วร้ายที่จะเข้ามาในบ้าน และยังมีการนำใบต้นทับทิมมาพรมน้ำมนต์ให้แก่คนในบ้านหลังกลับจากเดินทางไกลและงานศพ ทั้งยังมีการนำไปใช้ประกอบพิธีต่าง ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล ทับทิมนิยมปลูกโดยการเพาะต้นกล้าจากเมล็ด ชอบน้ำปานกลาง รดน้ำเพียงสัปดาห์ละ 3 ครั้งก็พอ และให้ปุ๋ยปีละ 2 ครั้ง

5. ต้นราชพฤกษ์หรือต้นคูน

้ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน
        หากนำมาปลูกไว้หน้าบ้านก็จะนำแต่ความเป็นสิริมงคลมาให้กับคนในบ้าน อีกทั้งยังส่งเสริมให้ชีวิตของคนในบ้านก้าวหน้าและเจริญรุ่งเรืองเป็นทวีคูณ เสริมบารมี เกียรติยศ และชื่อเสียงด้วย ปลูกโดยการใช้เมล็ดจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ให้เลือกเมล็ดจากฝักแก่ ๆ มาปลูกจะได้ผลดี ชอบน้ำน้อย และแสงแดดจัด

6. ไผ่สีสุก

ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน
        หากบ้านไหนนำไผ่สีสุกมาปลูกไว้ที่หน้าบ้านจะช่วยให้คนในบ้านมั่งมีศรีสุข ร่ำรวยเงินทอง ประสบความสำเร็จกันถ้วนหน้า และถ้าจะให้ดีแนะนำให้ปลูกในวันเสาร์ ด้วยการปักชำลงในดินที่อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำได้ดี ดูแลรักษาโดยการใสปุ๋ยคอกและคอยกำจัดศัตรูพืชอยู่ตลอด

7. ต้นเข็ม

ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน
        อีกหนึ่งต้นไม้มงคลชื่อดัง ที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นสัญลักษณ์ของการไหว้ครูนั่นก็คือ ต้นเข็มหรือดอกเข็ม หากนำมาปลูกไว้ที่หน้าบ้านก็จะทำให้คนในบ้านมีปัญญาหลักแหลม รอบรู้ เฉลียวฉลาด และมีไหวพริบที่ดี ปลูกด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำ ลงในดินร่วนหรือดินเหนียวปนทราย ต้องการน้ำปานกลาง และชอบแสงมาก

8. ชวนชม

ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน
        ต้นไม้มงคลที่ปลูกหน้าบ้านแล้ว จะทำให้คนในบ้านเป็นที่นิยมชมชอบ มีเสน่ห์ดึงดูดคนรอบข้าง และยังเป็นสิริมงคลอีกด้วย วิธีการปลูกให้ปลูกด้วยการนำหัวมาฝั่งลงในดินและกลบด้วยกากมะพร้าว รดน้ำแค่สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ให้น้ำหมักเพื่อเร่งรากและให้ออกดอกไว ๆ

9. โป๊ยเซียน

ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน
        คนไทยโบราณเชื่อกันว่า โป๊ยเซียน เป็นต้นไม้แห่งเทพที่ช่วยคุ้มครองคนในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข หากบ้านไหนที่นำมาปลูกก็จะมีแต่ความมั่งคั่ง และถ้าต้นโป๊ยเซียนออกดอก 8 ดอกขึ้นไป ก็หมายความว่าจะมีเงินทองไหลมาเทมา มีใช้ไม่ขาดมือ ขยายพันธุ์โดยปักชำกิ่ง ตอนกิ่ง และเพาะเมล็ด ลงในดินร่วนซุยที่ระบายน้ำได้ดี ควรรดน้ำเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และวางให้อยู่ในที่ที่มีแดดรำไร

10. มะขาม

ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน
        ต้นไม้มงคลขนาดใหญ่ที่ให้ร่มเงาและออกผลให้เก็บกิน หากนำมาปลูกไว้ที่หน้าบ้านก็จะทำให้มีแต่คนเกรงขาม ผู้คนต่างพากันยกย่อง และปกป้องคนในบ้านจากจากสิ่งไม่ชั่วร้าย ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง ดูแลไม่ยาก และชอบแดดจัด 

        ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน ต้นไม้จัดสวนหน้าบ้านที่ควรปลูกไว้ หากกำลังหาต้นไม้จัดสวนอยู่พอดี ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้านเหล่านี้ ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลยล่ะ 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Puechkasetthaikasetsartrakbankerdpukpik,farmkasetthaiddnsmodernfsต้นไม้ดอกไม้ และ Ecarddesignanimation

มาแล้ว เดิมพันล่าสุด กูให้ 824ตรงๆ 134ตรงๆ งาดนี้ลงให้แล้ว ดูเลย 01 มีนาคม 2562

มาแล้ว เดิมพันล่าสุด กูให้ 824ตรงๆ 134ตรงๆ งาดนี้ลงให้แล้ว ดูเลย 01 มีนาคม 2562



สแกนใบหน้าเปิดบัญชี 10 ธนาคาร คาดใช้จริงปีนี้ ไม่เกินไตรมาส 2

สแกนใบหน้าเปิดบัญชี 10 ธนาคาร คาดใช้จริงปีนี้ ไม่เกินไตรมาส 2

สแกนใบหน้าเปิดบัญชี 10 ธนาคาร คาดใช้จริงปีนี้ ไม่เกินไตรมาส 2

 

             10 ธนาคารพาณิชย์ เตรียมใช้เทคโนโลยีสแกนใบหน้าเพื่อเปิดบัญชี คาดใช้ได้จริงช่วงไตรมาส 1-2 นี้

           วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า น.ส.สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขณะนี้ 10 ธนาคารพาณิชย์ กำลังทดสอบระบบนำเทคโนโลยีสแกนใบหน้ามาใช้ในการเปิดบัญชีกับธนาคาร คาดว่าจะนำมาใช้ได้จริงในช่วงไตรมาสที่ 1-2 นี้

           ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่หลากหลาย ซึ่งพบว่าการสแกนใบหน้าเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับระบบการเงินไทยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความแม่นยำ หรืองบประมาณที่ถูกกว่า โดยในระยะแรกเมื่อลูกค้าไปเปิดบัญชี ทางธนาคารจะขอดูบัตรประชาชนและถ่ายรูปไว้ ส่วนระยะที่สอง ลูกค้าสามารถเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารในโทรศัพท์มือถือได้ด้วยการสแกนใบหน้า และลงนามโดยใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ต้องเดินทางไปที่ธนาคารให้ยุ่งยาก

           และในระยะที่สาม จะมีการใช้ระบบฐานข้อมูลแบบกล่องกลาง (บล็อกเชน) ในการขอหนังสือค้ำประกัน ปกติจะต้องใช้เวลา 3-7 วัน แต่หากนำเทคโนโลยีสแกนใบหน้ามาใช้ก็จะลดเวลาเหลือเพียงครึ่งวันเท่านั้น


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
เผย รปภ. ขังเด็กในห้อง เปิดหนังโป๊ให้ดู เคยมีประวัติก้มดูกางเกงในเด็กวันวาเลนไทน์

เผย รปภ. ขังเด็กในห้อง เปิดหนังโป๊ให้ดู เคยมีประวัติก้มดูกางเกงในเด็กวันวาเลนไทน์

เผย รปภ. ขังเด็กในห้อง เปิดหนังโป๊ให้ดู เคยมีประวัติก้มดูกางเกงในเด็กวันวาเลนไทน์

          เผย รปภ. ขังเด็กในห้อง เปิดหนังโป๊ให้ดู เคยมีประวัติก้มดูกางเกงในเด็กวันวาเลนไทน์ ชี้ นิสัยส่วนตัวเป็นคนลึกลับ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร 


         จากกรณีที่มีคลิป รปภ. ขังเด็ก 3 คนในห้อง และเปิดหนังโป๊ให้ดู ใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าข่มขู่ แต่ทางเด็กผู้ชายรู้ทัน จึงหนีออกมาได้ ขณะเดียวกันในคลิปก็มีเด็กหญิงพูดว่า เขาดูกางเกงในหนู

          เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 อมรินทร์ ทีวี รายงานว่า นายหนึ่ง (นามสมมติ) รปภ. ที่ดูแลแคมป์คนงานใกล้กับจุดเกิดเหตุ กล่าวว่า ในคืนเกิดเหตุระหว่างที่ตนกำลังขี่รถจักรยานยนต์มาเข้ากะ เห็นเด็กคุยกับเพื่อนผู้ชายรวม 6 คนอยู่ที่รถกอล์ฟหน้าคอนโด จึงเข้าไปสอบถามว่าทำไมไม่กลับบ้าน เพื่อนเด็กก็ถามว่า ถูก รปภ. ขังในห้องกระจก ถูกลวนลาม
          สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเด็ก 3 คนไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ระหว่างที่รอบริเวณรถกอล์ฟหน้าคอนโด ก็ถูก รปภ. จูงมือลากตัวไปในห้องเก็บของ ตนจึงโทรศัพท์แจ้งญาติเด็ก 3 คนให้ทราบเรื่อง ส่วน รปภ. คนก่อเหตุ ทราบว่าเป็น รปภ. ของคอนโดที่เข้าเวรกลางคืน ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร มักเก็บตัวเงียบในป้อมยาม และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พยายามทำอนาจารเด็ก เพราะช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา เคยจับเด็กก้มดูกางเกงในไปแล้ว


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

วัยรุ่นเผยเหตุเขม่นหน้า ขอโทษ ด.ญ. 14 รับเคราะห์แทน กระสุนเจาะเบ้าตาตาย

วัยรุ่นเผยเหตุเขม่นหน้า ขอโทษ ด.ญ. 14 รับเคราะห์แทน กระสุนเจาะเบ้าตาตาย

วัยรุ่นเผยเหตุเขม่นหน้า ขอโทษ ด.ญ. 14  รับเคราะห์แทน กระสุนเจาะเบ้าตาตาย

 

          เพื่อนเผยชนวนเหตุ เด็กหญิงวัย 14 โดนลูกหลง ถูกอริดักยิงกระสุนเข้าเบ้าตา เสียชีวิต เกิดจากวัยรุ่น 2 กลุ่มเขม่นกัน ไม่พอใจที่มองหน้า รับเสียใจและอยากขอโทษครอบครัวที่ทำให้น้องต้องมารับเคราะห์แทน ด้านครอบครัวจี้ตำรวจจับเพื่อนมือปืนอีก 2 คนมาลงโทษ

          จากกรณีที่ นายพิชิต มะณีเติม หรือ หมี่ อายุ 30 ปี ชาว ต.บ้านยาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ดักยิงกลุ่มวัยรุ่นคู่อริบ้านกวางงอย ขณะขับรถจักรยานยนต์กลับจากเที่ยวงานบุญฉลองอัฐิ บริเวณสะพานระหว่างหมู่บ้าน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แต่กระสุนพลาดเข้าเบ้าตาของ ด.ญ.ปาริชาติ หรือ น้องบี อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ลำปลายมาศ ซึ่งนั่งซ้อนท้ายมากับกลุ่มวัยรุ่น เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล ด้านตำรวจ สภ.ลำปลายมาศ จับกุมมือปืนได้ สารภาพว่าแค่จะยิงขู่ แต่กระสุนดันพลาดไปโดนเด็กหญิง (อ่านข่าว : รวบหนุ่มยิงอริในงานบุญ ด.ญ. วัย 12 รับเคราะห์ถูกลูกหลง กระสุนเจาะเบ้าตาตาย)

          ล่าสุด (18 กุมภาพันธ์ 2562) รายการทุบโต๊ะข่าว รายงานสัมภาษณ์ นายไมค์ (นามสมมติ) เพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนหน้านี้รุ่นพี่ในกลุ่มรวมถึงตน เคยมีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นอีกหมู่บ้านหนึ่ง เหตุเพราะไม่พอใจที่มองหน้ากัน และเป็นปัญหาสะสมมานาน ในวันเกิดเหตุ นายพิชิต ผู้ต้องหา และเพื่อนอีก 2 คน ได้ไปดักรอที่คอสะพานหมู่บ้าน

          เมื่อตนขี่รถมาถึงจุดเกิดเหตุ เห็นชาย 3 คนนั่งรออยู่ พวกเขาตะโกนถามมาว่า "มึง บ้านไหน" แต่พวกตนไม่ได้ตอบ กระทั่งตนขี่มาเป็นคันสุดท้ายของกลุ่ม แต่ขี่ไม่เร็ว มือปืนได้วิ่งเข้ามาชกหน้า 1 ครั้ง แล้วตนก็ขี่ผ่านไป แต่เห็นชายคนดังกล่าวควักปืนออกมาจากเอว เล็งปืนมาทางกลุ่มตน โดย 3 นัดแรกยิงไม่ออก กลุ่มเพื่อนจึงตะโกนไปว่า "อย่ายิง มีผู้หญิงมาด้วย" กระทั่งนัดที่ 4 ยิงออก กระสุนโดนที่น้องบี

          ทั้งนี้ ตนยอมรับว่าเป็นชนวนเหตุที่ทำให้น้องบีต้องมาเสียชีวิต ตนเสียใจและอยากขอโทษทางครอบครัว เนื่องจากน้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ แต่กลับต้องมารับเคราะห์แทน ตอนนี้อยากให้ตำรวจดำเนินคดีกับทั้ง 3 คน ที่มาดักยิง

ภาพจาก ไทยโพสต์

          ด้านนายบัณฑิต น้ำใจดี อายุ 40 ปี พ่อน้องบี เผยว่า ครอบครัวยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และติดใจเรื่องคดี เพราะตำรวจจับกุม นายพิชิต มือปืนเพียงคนเดียว ทั้งที่มีพยานยืนยันชัดเจนว่าวันเกิดเหตุผู้ต้องหามีเพื่อนไปด้วยอีก 2 คน จึงอยากให้ตามจับอีก 2 คน มาลงโทษฐานร่วมกันก่อเหตุ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวและลูกสาวตนที่ตกเป็นเหยื่อในเหตุการณ์ดังกล่าว

          ขณะที่ พ.ต.อ. สนอง วรรณโคตร ผกก.สภ.ลำปลายมาศ ยืนยันว่า ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย หากมีพยานหลักฐานใหม่ที่ชี้ชัดได้ว่าอีก 2 คน ร่วมก่อเหตุกับนายพิชิต ตำรวจจะเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา โดยจะมีการตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น แต่ตอนนี้ยังไม่มีพยานหลักฐานใดที่เชื่อมโยงไปถึง จึงต้องสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์คนอื่นประกอบ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก  รายการทุบโต๊ะข่าว
โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.ยาเสพติด ฉ.7 ให้ใช้กระท่อม-กัญชา ทางการแพทย์

โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.ยาเสพติด ฉ.7 ให้ใช้กระท่อม-กัญชา ทางการแพทย์

โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.ยาเสพติด ฉ.7 ให้ใช้กระท่อม-กัญชา ทางการแพทย์

           โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฉบับที่ 7 ให้ใช้พืชกระท่อมและกัญชาทางการแพทย์ หากใครมีครอบครองเพื่อใช้รักษาโรค-วิจัย ก่อนประกาศไม่ต้องรับโทษ ให้แจ้งขออนุญาต อย. 



          วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 โดยระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุมยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและสอดคล้องตามหลักสากล ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว

          จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 และพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ อธิบดีกรมสุขภาพจิต นายกแพทยสภา นายกสภาการแพทย์แผนไทย และนายกสภาเภสัชกรรม เป็นกรรมการในคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด ให้โทษตามวรรคหนึ่งเพิ่มขึ้นด้วย เฉพาะในวาระที่เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ให้ความเห็นชอบต่อรัฐมนตรีในการอนุญาตให้ผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง 

          สำหรับผู้ใดที่มีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย การใช้รักษาโรคเฉพาะตัว หรือการศึกษาวิจัย อยู่ก่อนวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ไม่ต้องรับโทษ โดยจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ แต่ถ้ากรณีที่ไม่ได้รับอนุญาต ให้กัญชานั้นตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุข หรือให้ทำลาย 

กัญชา-กระท่อม

          หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานและมีบทบัญญัติบางประการที่ไม่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ปรากฏผลการวิจัยว่าสารสกัดจากกัญชาและพืชกระท่อมมีประโยชน์ทางการแพทย์เป็นอย่างมาก ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกได้แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้มีการอนุญาตให้ประชาชนใช้กัญชาและพืชกระท่อมเพื่อประโยชน์ในการรักษาโรคและประโยชน์ในทางการแพทย์ได้ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติ
ด ให้โทษ พ.ศ. 2522 กัญชาและพืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่ห้ามมิให้ผู้ใดเสพหรือนำไปใช้ในการบำบัดรักษาผู้ป่วยหรือนำไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์และยังกำหนดโทษทั้งผู้เสพและผู้ครอบครองด้วย 

          ดังนั้นเพื่อเป็นการรับรองและคุ้มครองสิทธิของผู้ป่วยที่จะได้รับและใช้กัญชาเพื่อประโยชน์
ในการรักษาและพัฒนาทางการแพทย์ ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้ได้รับอนุญาต เพื่อให้ถูกต้องตามหลักวิชาการให้ทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านยาของประเทศ และป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาดทางด้านยา สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถนำกัญชาและพืชกระท่อมไปทำการศึกษาวิจัยและพัฒนาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสามารถนำไปใช้ในการรักษาโรคภายใต้การดูแลและควบคุมของแพทย์ได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

          ทั้งนี้สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) เพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา

ราชกิจจานุเบกษา

กาย รัชชานนท์ เจ๋งฟิตหุ่น 9 เดือน คว้ารางวัลเพาะกายครั้งแรกในชีวิต

กาย รัชชานนท์ เจ๋งฟิตหุ่น 9 เดือน คว้ารางวัลเพาะกายครั้งแรกในชีวิต

หันมาเอาดีทางเพาะกายฟิตหุ่นบึก สำหรับ กาย รัชชานนท์ ที่ล่าสุด ได้โชว์ผลงานการเพาะกายบนเวที โดยหนุ่มกาย ได้ฟิตซ้อมและฟิตหุ่นอย่างหนัก เพื่อการประกวดครั้งนี้ และยังสามารถคว้ารางวัลมาครอบครองได้ด้วย
หนุ่มกายได้ระบุว่า “จบแล้วกับการแข่งเพาะกายรุ่นโมเดลสูงไม่เกิน 175 ซม. ครั้งแรกในชีวิตของกาย สรุปแล้วคือได้ที่ 5 นะครับทุกคน….9 เดือนที่แล้วกายเดินเข้ายิมน้ำหนัก 59 กก. ออกกำลังกาย 6 วันต่ออาทิตย์ กินคลีน 6 วันต่ออาทิตย์ จนน้ำหนักก่อนแข่งอยู่ที่ 75 กก. ส่วนวันแข่งน้ำหนักลดเหลือ 66 กก. การแข่งขันเพาะกายบอกเลยว่าเป็นอะไรที่ยากที่สุดในชีวิตที่เคยทำแล้วเพราะต้องมีวินัยสูงมาก ต้องอดทนสุดๆ ต้องชนะใจตัวเองและมีสติ 24 ชม. (ไม่ได้ล้อเล่นและไม่ได้พูดเว่อ)
ขอขอบคุณทุกคนที่อยู่เบื้องหลังและทุกคนที่คอยให้กำลังใจจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นโค้ชออกกำลังกาย @top.parinya หรือโค้ช @worakorn1 ที่เป็นส่วนสำคัญมากในความสำเร็จในครั้งนี้ สุดท้ายกายต้องขอบคุณ @harusuprakob ครอบครัวของกายทุกคนและเพื่อนๆกับแฟนๆที่คอยเป็นกำลังใจครับ 🙏 กายขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่อยากมีหุ่นที่ดีและสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงนะ ถ้ากายทำได้ ใครๆก็ทำได้”


ด่วน! ‘บิ๊กแดง’ สั่งเปิดเพลง หนักแผ่นดิน วิทยุสังกัดกองทัพบก 126 สถานีทั่วประเทศ

หนักแผ่นดิน

“บิ๊กแดง” สั่งเปิดเพลง มาร์ชทบ. หนักแผ่นดิน ส่งเสียงตามสายกระหึ่มกองทัพบก ปลุกใจทหาร ตระหนักในหน้าที่ -สำนึกรับผิดชอบต่อแผ่นดิน

วันที่ 18 ก.พ. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งการให้กรมกิจการพลเรือนทหารบก นำเพลงแนวปลุกใจทหาร เช่น เพลง มาร์ชกองทัพบก  หนักแผ่นดิน และ ความฝันอันสูงสุด เป็นต้น ไปเปิดในสถานีวิทยุกองทัพบกที่มีกว่า 126 สถานีทั่วประเทศ ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ในรายการ “ทบ.เพื่อประชาชน” และเวลา 12.00 น. ในรายการ รู้รักสามัคคีทำความดีเพื่อแผ่นดิน
พร้อมทั้งเชื่อมต่อกับเสียงตามสายภายในกองทัพบกด้วย โดยเฉพาะในช่วงเวลา 12.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังพลอยู่ระหว่างพักกลางวัน จุดประสงค์เพื่อให้ทหารทุกคนตระหนักในการทำหน้าที่ของตัวเอง สำนึกต่อความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง
เพราะที่ผ่านมามีบางฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์แล้วนำข้อมูลที่บิดเบือนมาโจมตี เพื่อสร้างความเข้าใจผิดกับการปฏิบัติงานของรัฐบาล และกองทัพ ดังนั้นหน่วยงานต้องชี้แจงผ่านสื่อในสังกัด และหน่วยงานของตนเองอย่างรวดเร็ว
ด่วน! พรุ่งนี้ น้ำมันขึ้นราคา แดงเถือกทุกชนิด แวะเติมให้ไว

ด่วน! พรุ่งนี้ น้ำมันขึ้นราคา แดงเถือกทุกชนิด แวะเติมให้ไว

ด่วน! พรุ่งนี้ น้ำมันขึ้นราคา แดงเถือกทุกชนิด แวะเติมให้ไว

น้ำมันขึ้นราคา / วันที่ 17 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บางจาก และ ปตท. แจ้งปรับราคาน้ำมัน ในวันที่ 18 ก.พ. เวลา 05.00 น. ระบุว่า ปรับราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน95 แก๊สโซฮอล95 แก๊สโซฮอล91 E20 ดีเซล ดีเซลพรีเมี่ยม และ HSD-B20 เพิ่มขึ้น 0.40 บาท/ลิตร ส่วน E85 เพิ่มขึ้น 0.20 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ 18 ก.พ. 2562 เวลา 05.00 น. ราคาใหม่เป็นดังนี้
เบนซิน95 = 34.56 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล95 = 27.15 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล91 = 26.88 บาท/ลิตร, E20 = 24.14 บาท/ลิตร, E85 = 19.74 บาท/ลิตร, ดีเซล = 26.89 บาท/ลิตร, ดีเซลพรีเมี่ยม = 29.49 บาท/ลิตร, HSD-B20 = 21.89 บาท/ลิตร
(โดยราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร)
อัลบั้มภาพ 1 ภาพ